วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เรดิสัน กรุงเทพฯ สาทร

สาทร ย่านธุรกิจสำคัญใจกลางเมือง เดือนตุลาคมนี้จะมีโอกาสต้อนรับที่พักแห่งใหม่ เรดิสัน กรุงเทพฯ สาทร พร้อมเปิดตัวรองรับ กลุ่มนักเดินทางเชิงธุรกิจ บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ใกล้แหล่งธุรกิจ บริษัทชั้นนำเพียงไม่กี่ก้าว

เรดิสัน กรุงเทพฯ สาทร (Radisson Hotel Bangkok Sathorn) ภายใต้การลงทุนของ อภิชัย เตชะอุบล แห่ง วี.ซี.เอ.แอล. บิซสิเนส กรุ๊ป จำกัด วางคอนเซ็ปต์เป็นที่พักเพื่อนักเดินทางเชิงธุรกิจระยะสั้นและระยะยาว (longstay) ตัวอาคารโดดเด่นด้วยตึกสูง 37 ชั้นคู่กัน 2 หลัง รวมห้องพักทั้งสิ้น 436 ห้อง ตึกแรกทั้งหมดเป็นส่วนของโรงแรมเรดิสัน ภายใต้การบริหารของ คาร์ลสัน โฮเต็ล เวิลด์ไวด์-เอเชีย แปซิฟิก และตึก ที่สอง ตั้งแต่ชั้น 4-12 เป็นเรสซิเดนส์สำหรับนักธุรกิจลองสเตย์ 120 ยูนิต บริหารโดย เรดิสัน ส่วนชั้น 16-37 แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมสำหรับซื้อ-ขาย

โรงแรมเรดิสันมีห้องพักออกเป็น 4 แบบ เน้นความกว้างขวาง ห้องสตูดิโอ (39.25 ตารางเมตร) ห้องสูท 1 ห้องนอน (64 ตารางเมตร) ห้องสูท 2 ห้องนอน (121 ตารางเมตร) และห้องสูท 3 ห้องนอน (188 ตารางเมตร) ตกแต่งแบบเรียบหรู จุดเด่นอยู่ที่หน้าต่างสูงจากพื้นจดเพดานเผยวิวกรุงเทพฯและแม่น้ำเจ้าพระยา ยามค่ำคืนที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ของเมืองหลวง ในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษ เช่น ชุดทำครัวและไมโครเวฟพร้อมสำหรับการปรุงอาหารด้วยตัวเอง

ทีวีพลาสมา 32 นิ้ว โต๊ะทำงานขนาดใหญ่พิเศษ และแท่นชาร์จครบสำหรับคอมพิวเตอร์และไอพอด

สำหรับลูกค้านักธุรกิจทุกคนสามารถใช้บริการ Radisson Connectionplus

Wi-Fi บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่ใช้ได้ทุกพื้นที่โดยไม่มีค่าบริการ ห้องประชุมเล็ก 2 แบบ คือขนาด 65 ตารางเมตร ความจุ 50 คน และขนาด 55 ตารางเมตร รองรับได้ 40 คน ส่วนห้องแกรนด์บอลรูม 325 ตารางเมตร ความจุสูงสุด 300 คน

ร้านอาหารมีให้เลือก 4 บรรยากาศ คือ The Grill ไวน์บาร์และภัตตาคารบนชั้น 37 The Crust เสิร์ฟพิซซ่าอิตาเลียนต้นตำรับ The Lounge Bar บริการเครื่องดื่มในบรรยากาศสบาย

พร้อมด้วย 100 Degrees East และล็อบบี้บาร์ ซิน

ปริฉัตร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด โรงแรมเรดิสัน กรุงเทพฯ สาทร มั่นใจว่าแนวคิดของโรงแรมที่เหมาะกับนักธุรกิจ ทำเลที่เหมาะสม และการรองรับได้ทั้งนักเดินทางระยะสั้นและระยะยาว จะทำให้โรงแรมเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มลูกค้าในเอเชีย โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และตะวันออกกลาง ที่จะฟื้นความมั่นใจกลับมาได้เร็วที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น